สรรพคุณและประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ สามารถใช้เพื่อการลดความอ้วน เเละการใช้ประโยชน์ ทางด้าน สุขภาพ เเละความงาม วันนี้ เราจะมารู้จักสรรพคุณเพิ่มเติม ของน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ จากงานวิจัย ของนักวิชาการ มีดังนี้
น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ ( Virgin coconut oil ) คือ น้ำมันที่สกัดจากเนื้อมะพร้าวด้วยวิธีทางธรรมชาติ โดยไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้ความร้อนสูงในการสกัด การสกัดที่ใช้ ต้องเป็นแบบสกัดเย็น ( Cold pressed process ) จึงจะทำให้น้ำมันที่ได้มีคุณภาพสูง อุดมไปด้วย วิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุของ โรคมะเร็ง และโรคเสื่อมถอยอื่นๆ น้ำมันมะพร้าวที่ดี จะต้องมีลักษณะที่ใส ไม่มีสี ไม่มีตะกอน มีกลิ่นหอมของมะพร้าว และไม่มีกลิ่นหืน สามารถเก็บรักษา ได้นานเป็นปี โดยไม่เสื่อมคุณภาพ แล้วน้ำมันมะพร้าว มีประโยชน์ อย่างไร ?
น้ำมันมะพร้าว เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเพียงไม่กี่ชนิด ที่ใช้ในการดูแลรักษา ถนอม ผิวพรรณแทนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบำรุงผิวต่างๆ แต่น้ำมันมะพร้าวที่จะนำมาใช้ ควรเป็น น้ำมันมะพร้าวที่บริสุทธิ์ และสกัดโดยวิธีธรรมชาติเท่านั้น นอกจากจะนำมาใช้ในการทาผิวพรรณ เพื่อปกป้องผิวพรรณจากแสงแดดแล้ว น้ำมันมะพร้าว ยังเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง บำรุงรักษาผิวหนังให้เต่งตึง มีน้ำมีนวล ไม่เหี่ยวย่น ยังใช้ลูบไล้เส้นผมช่วย ให้เส้นผมเงางาม และช่วยถนอมศีรษะ
ในทางหลักของอายุรเวท แนะนำให้ใช้นวดตัวด้วยน้ำมันมะพร้าว ซึ่งจะปรับสภาพผิวหนัง กระตุ้น การทำงานของระบบหมุนเวียน และระบบประสาท นอกจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ ยังเป็นสารตั้งต้นคุณภาพดี ที่ใช้ในการผลิต ครีม โลชั่นบำรุงผิว รวมทั้งสบู่ อีกด้วย
จากวารสาร "เกษตรกรรมธรรมชาติ " ฉบับที่ ๕ / ๒๕๔๖ หน้า ๓ ได้ระบุอ้างอิงถึงตำราอายุรเวท และตำราแพทย์แผนไทย ว่ามีการระบุอย่างชัดเจนถึงสรรพคุณ และแนะนำให้ใช้น้ำมันมะพร้าว นวดตัว เป็นประจำ จะทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม อ่อนเยาว์ ทำให้กล้ามเนื้อทรงสภาพ ช่วยขจัดพิษ และสิ่งสกปรก ออก จากร่างกายผ่านทางผิวหนัง ช่วยหล่อลื่นบำรุงผิวหนัง บำรุงกระดูก เนื้อเยื่อ และประสาท และยังมีสารต้าน อนุมูลอิสระช่วยเสริมสร้างเซลล์ที่เสีย
สรุปคุณประโยชน์ ของน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ ช่วยปรับสมดุลย์ของ ระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด มีกรดลอริก ( Lauric acid ) มาก ทำให้ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันเสริมระบบการทำงานของไธรอยด์ มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา เมื่อกรดรอลิก แตกตัวเป็น โมโนลอริน มีกรดไขมันอิ่มตัวที่มีสายปานกลาง ( C8-C12 ) อยู่สูง จึงเผาผลาญเป็นพลังงานไม่สะสมเป็นไขมัน ช่วยปรับปรุงการย่อยให้เข้าสู่ภาวะปกติ เป็นน้ำมันตัวพาที่อุดมด้วยวิตามินอี ในสุคนธบำบัด ( Aromatherpy ) บำรุงผิวพรรณให้นุ่มนวล เต่งตึง ลดรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกา บำรุงเส้นผมให้นุ่มสลวย ดกดำ เงางาม ช่วยขจัดรังแค
จริงหรือ ? ที่น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ มีประโยชน์ดังที่กล่าวข้างต้น
จากบทความ บทวิจัยต่างๆ จากข้อมูลที่ได้ศึกษาจากวารสาร ตำรา พบว่า การอธิบายถึงเหตุผล ของ ประโยชน์ที่ได้รับจากน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์นั้น ค่อนข้างซับซ้อน เข้าใจได้ยาก แต่ก็จะพยายามรวบรวมเป็น เนื้อหาที่สามารถอ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งเนื้อหาอาจครอบคลุมไม่สมบูรณ์ครบทุกหัวข้อ ต้องขออภัยด้วย ประโยชน์ที่ได้รับจากน้ำมันมะพร้าว จะเกี่ยวข้องกับกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ กรดไขมันกว่า 70 % เป็นกรดไขมันอิ่มตัวสายปานกลาง ( Medium Chain Fatty Acid ) ที่มี C อยู่ระหว่าง 8 - 12 ซึ่งมีลักษณะที่สามารถ แตกตัว ถูกย่อยและดูดซึมไปใช้งานได้ง่ายกว่ากรดไขมันสายยาว ไม่จำเป็นต้องอาศัย น้ำดีจากตับอ่อนมาช่วยย่อย กรดไขมันนี้จะถูกเผาผลาญหมดทันที เพื่อสร้างพลังงาน โดยจะไม่ถูกเปลี่ยนไป เป็นไขมัน หรือคลอเลสเตอรอล จึงไม่มีผลกระทบกับระดับคลอเลสตอรอลในเลือด และมีแนวโน้มที่ จะทำให้ คลอเลสเตอรอลที่ดี ( HDL ) มีสัดส่วนสูง และสมดุลย์ มากขึ้น เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ มีผล กระตุ้น กระบวนการเผาผลาญ จึงเป็นเหตุผลที่อธิบายว่า ทำไมบริโภคน้ำมันมะพร้าวแล้วจึงไม่อ้วน และรักษาสมดุลย์ของ ระดับคลอเลสเตอรอล
และเนื่องจากน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ มีโครงสร้างที่ส่วนใหญ่เป็นกรดไขมันอิ่มตัว จึงทำให้มีปริมาณ กรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวอยู่น้อย กรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวนี้ มีข้อบกพร่องในการเกิดอ๊อกซิไดซ์ ( Oxidation) ได้ง่าย ดังนั้น ไขมันที่เกิดขึ้น จะสะสมในผนังหลอดเลือด ทำให้เป็นสาเหตุของการอุดตันในหลอดเลือด ทำให้ หัวใจทำงานหนัก จึงง่ายต่อการเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ รวมทั้งง่ายที่ทำให้เกิด อนุมูลอิสระ อีกด้วย ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วตั้งแต่เบื้องต้นว่า น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ จะไม่ทำให้เกิดการสะสมของไขมัน ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วน โรคหลอดเลือด และโรคหัวใจ ถ้าหากได้บริโภคในสัดส่วนที่เหมาะสม น้ำมันมะพร้าว ยังมีคุณสมบัติในการเสริมภูมิคุ้มกัน เสริมการทำงานของ ต่อมไธรอยด์ รวมถึงการออกฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ด้วยเหตุผลที่ว่า ในน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ มีปริมาณกรดลอริคอยู่สูง ซึ่งโดยสภาพ ภายนอก จะมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อไม่มากนัก แต่เมื่อเข้าสู่ร่างกาย กรดลอริค จะแตกตัวออกเป็น โมโนลอริน ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีในการฆ่าเชื้อ จึงทำให้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ มีคุณสมบัติด้าน ในการช่วยเสริมสร้าง ภูมิ คุ้มกัน ช่วยฆ่าเชื้อ แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราได้
07 ตุลาคม 2552
23 มิถุนายน 2552
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ สปา
สปา คืออะไร
สปา มาจากภาษาลาติน “Sanus Per Aquam” หมายความว่าการดูแลสุขภาพโดยการใช้น้ำซึ่งช่วยให้มีสุขภาพที่ดีและผ่อนคลาย ตามคำนิยามที่เป็นที่รู้กันโดยทั่วไป สปาหมายถึงการบำบัดดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยวิธีทางธรรมชาติที่ใช้น้ำเป็นองค์ประกอบในการบำบัดควบคู่ไปกับการบำบัดด้วยวิธีการแพทย์ทางเลือกอื่นๆ โดยใช้ศาสตร์สัมผัสทั้ง 5 ได้แก่รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส เป็นปัจจัยที่สร้างภาวะสมดุลระหว่างร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ อารมณ์ สปาจึงเป็นส่วนผสมของศาสตร์และศิลป์แห่งการบำบัดเพื่อสุขภาพที่รวมเอาหลักการของประสาทสัมผัสทั้ง 5 เข้าไว้ด้วยกัน คือ
วิวัฒนาการของสปา
สปามีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยอียิปต์ กรีก โรมัน ที่มีการทำพิธีกรรมทางศาสนาด้วยการชำระล้างร่างกาย จิตใจและวิญญาณด้วยน้ำโดยมีการนำศาสตร์ของอโรมาเธอราพีใช้บำบัดสุขภาพแบบองค์รวม ถือได้ว่าชาวโรมันเป็นผู้ที่มีรสนิยมในการใช้ชีวิตอย่างมาก การอาบน้ำพุร้อนถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะใช้ทั้งการอาบทำความสะอาดร่างกายแล้วยังใช้ดูแลสุขภาพที่ดีอีกด้วย การนวดด้วยน้ำมันหอมระเหยในกลุ่มชนชั้นสู’งเป็นสิ่งที่กระทำกันแพร่หลาย คำว่า สปา ถือว่าก่อกำเนิดราวศตวรรษที่ 17 มาจากเมืองเล็กๆ ในประเทศเบลเยี่ยมที่ตั้งอยู่ในดินแดนที่เรียกว่า เทือกเขาแห่งอาร์เดนเนส (Ardennes Mountains) ที่มีน้ำพุร้อนใช้ในการดูแลสุขภาพ เมืองนี้ได้รับการขนานนามว่า “Gem of the Ardennes” การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมยังรวมถึงการทำสมาธิ การฝึกลมหายใจ การออกกำลังกาย วิธีการเหล่านี้จะช่วยในการลดระดับความเครียดได้ Rojas and Kleiner กล่าวว่า การทำสมาธิ โยคะจะทำให้ภาวะจิตเข้าสู่ความสมดุลและทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย แม้แต่ประเทศจีนยุคก่อนก็ใช้สมุนไพรรักษาโรคควบคู่กับการฝังเข็มและการนวดรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นจำนวนมาก (Wildwood, 1997) สำหรับประเทศไทยมีจุดเด่นในการบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติโดยเฉพาะการนวดที่มีหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงที่ขุดพบที่ป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัย เมื่อถึงยุคสมัยกรุงศรีอยุธยารัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชการแพทย์แผนไทยรุ่งเรืองมากโดยเฉพาะการนวดไทย ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้มีการแบ่งส่วนราชการด้านการแพทย์ให้กรมหมอนวด ศาสตร์การนวดไทยบางส่วนได้สูญหายไปจากการเกิดภาวะสงครามสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงโปรดให้ปั้นรูปฤาษีดัดตนครบ 80 ท่าและจารึกสรรพวิชาการนวดไทยลงบนแผ่นหินอ่อน 60 ภาพแสดงถึงจุดนวดอย่างละเอียดประดับบนผนังศาลารายและบนเสาภายในวัดโพธิ์ วิวัฒนาการของการนวดไทยจึงได้ถูกสืบทอดต่อมาจนกระทั่งปัจจุบัน การนวดแผนไทยได้แผ่ขยายเป็นวงกว้างทำให้ชาวต่างชาติมีความสนใจที่จะได้รับบริการนวดไทยมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการนวดแบบราชสำนักหรือนวดแบบเชลยศักดิ์ ด้วยความโดดเด่นของศิลปะการนวดแบบไทยเป็นที่นิยมกลุ่มชาวต่างประเทศจึงเกิดการผสมผสานการนวดแผนไทยเข้ากับธุรกิจสปา ให้เป็นการจัดรูปแบบที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยเรียกว่า ไทยสปา (Thai Spa)
สปา มาจากภาษาลาติน “Sanus Per Aquam” หมายความว่าการดูแลสุขภาพโดยการใช้น้ำซึ่งช่วยให้มีสุขภาพที่ดีและผ่อนคลาย ตามคำนิยามที่เป็นที่รู้กันโดยทั่วไป สปาหมายถึงการบำบัดดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยวิธีทางธรรมชาติที่ใช้น้ำเป็นองค์ประกอบในการบำบัดควบคู่ไปกับการบำบัดด้วยวิธีการแพทย์ทางเลือกอื่นๆ โดยใช้ศาสตร์สัมผัสทั้ง 5 ได้แก่รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส เป็นปัจจัยที่สร้างภาวะสมดุลระหว่างร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ อารมณ์ สปาจึงเป็นส่วนผสมของศาสตร์และศิลป์แห่งการบำบัดเพื่อสุขภาพที่รวมเอาหลักการของประสาทสัมผัสทั้ง 5 เข้าไว้ด้วยกัน คือ
- รูป คือ การสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย เพิ่มความสดใส สดชื่น ให้กับสถานที่ด้วยสีเขียวจากต้นไม้นานาชนิด แต่งแต้มด้วยสีสันสวยๆ ของดอกไม้
- รส คือ การกินอาหารแบบสปาควิซีน ซึ่งถึงเป็นการบำบัดร่างกายวิธีหนึ่ง ด้วยการกินอาหารสุขภาพถูกสัดส่วนตามที่ร่างกายต้องการ โดยเฉพาะผักและผลไม้สดควรมีปริมาณมาก วัตถุดิบที่นำมาปรุงต้องสดจากไร่ ไร้สารพิษ และดูน่ากิน แม้แต่การดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรอุ่นๆ เช่น น้ำขิง ชาเขียว ฯลฯ แต่ละแก้วล้วนมีสรรพคุณช่วยขับสารพิษที่ตกค้างภายในร่างกายให้สลายออกมา
- กลิ่น คือ การใช้กลิ่นหอมบำบัดตามหลักการของอโรมาเธอราปี
- เสียง คือ การได้ฟังดนตรีเบาสบายแนว spiritual music หรือเป็นเสียงเลียนแบบธรรมชาติ อาทิ เสียงน้ำไหล เสียงน้ำหยด เสียงคลื่นลม หรือเสียงนกร้อง
- สัมผัส คือ การได้รับสัมผัสที่อ่อนโยน ทะนุถนอม จาก Spa Therapist เพื่อบำบัดร่างกายและจิตใจให้เข้าสู่ภวังค์ นำสู่การผ่อนคลายอย่างลึกล้ำ
วิวัฒนาการของสปา
สปามีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยอียิปต์ กรีก โรมัน ที่มีการทำพิธีกรรมทางศาสนาด้วยการชำระล้างร่างกาย จิตใจและวิญญาณด้วยน้ำโดยมีการนำศาสตร์ของอโรมาเธอราพีใช้บำบัดสุขภาพแบบองค์รวม ถือได้ว่าชาวโรมันเป็นผู้ที่มีรสนิยมในการใช้ชีวิตอย่างมาก การอาบน้ำพุร้อนถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะใช้ทั้งการอาบทำความสะอาดร่างกายแล้วยังใช้ดูแลสุขภาพที่ดีอีกด้วย การนวดด้วยน้ำมันหอมระเหยในกลุ่มชนชั้นสู’งเป็นสิ่งที่กระทำกันแพร่หลาย คำว่า สปา ถือว่าก่อกำเนิดราวศตวรรษที่ 17 มาจากเมืองเล็กๆ ในประเทศเบลเยี่ยมที่ตั้งอยู่ในดินแดนที่เรียกว่า เทือกเขาแห่งอาร์เดนเนส (Ardennes Mountains) ที่มีน้ำพุร้อนใช้ในการดูแลสุขภาพ เมืองนี้ได้รับการขนานนามว่า “Gem of the Ardennes” การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมยังรวมถึงการทำสมาธิ การฝึกลมหายใจ การออกกำลังกาย วิธีการเหล่านี้จะช่วยในการลดระดับความเครียดได้ Rojas and Kleiner กล่าวว่า การทำสมาธิ โยคะจะทำให้ภาวะจิตเข้าสู่ความสมดุลและทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย แม้แต่ประเทศจีนยุคก่อนก็ใช้สมุนไพรรักษาโรคควบคู่กับการฝังเข็มและการนวดรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นจำนวนมาก (Wildwood, 1997) สำหรับประเทศไทยมีจุดเด่นในการบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติโดยเฉพาะการนวดที่มีหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงที่ขุดพบที่ป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัย เมื่อถึงยุคสมัยกรุงศรีอยุธยารัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชการแพทย์แผนไทยรุ่งเรืองมากโดยเฉพาะการนวดไทย ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้มีการแบ่งส่วนราชการด้านการแพทย์ให้กรมหมอนวด ศาสตร์การนวดไทยบางส่วนได้สูญหายไปจากการเกิดภาวะสงครามสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงโปรดให้ปั้นรูปฤาษีดัดตนครบ 80 ท่าและจารึกสรรพวิชาการนวดไทยลงบนแผ่นหินอ่อน 60 ภาพแสดงถึงจุดนวดอย่างละเอียดประดับบนผนังศาลารายและบนเสาภายในวัดโพธิ์ วิวัฒนาการของการนวดไทยจึงได้ถูกสืบทอดต่อมาจนกระทั่งปัจจุบัน การนวดแผนไทยได้แผ่ขยายเป็นวงกว้างทำให้ชาวต่างชาติมีความสนใจที่จะได้รับบริการนวดไทยมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการนวดแบบราชสำนักหรือนวดแบบเชลยศักดิ์ ด้วยความโดดเด่นของศิลปะการนวดแบบไทยเป็นที่นิยมกลุ่มชาวต่างประเทศจึงเกิดการผสมผสานการนวดแผนไทยเข้ากับธุรกิจสปา ให้เป็นการจัดรูปแบบที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยเรียกว่า ไทยสปา (Thai Spa)
22 มิถุนายน 2552
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสมุนไพร
สมุนไพรคืออะไร?
คำว่า "สมุนไพร (herbs)" มีคำจำกัดความได้หลายอย่าง ขึ้นกับว่าใช้กับเนื้อหาอย่างไร ทางด้านพฤกษศาสตร์ HERBS หมายถึงพืชมีเมล็ดที่ไม่มีแก่นไม้ (nonwoody) และตายเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลเพาะปลูก ทางด้านอาหาร HERBS หมายถึงเครื่องเทศหรือผักที่ใช้แต่งรสหรือกลิ่นอาหาร แต่ทางด้านยา HERBS มีความหมายที่เฉพาะเจาะจง คำจำกัดความที่ถูกต้องที่สุดของ HERBS คือ ยาที่มาจากพืช ใช้รักษาโรคซึ่งมักเป็นโรคเรื้อรังหรือเพื่อทำให้/บำรุงรักษาสุขภาพให้แข็งแรง
อีกนัยหนึ่ง สมุนไพร หมายถึง พืชที่ใช้ทำเป็นเครื่องยา ส่วนยาสมุนไพร หมายถึง ยาที่ได้จากส่วนของพืช สัตว์ และแร่ ซึ่งยังมิได้ผสมปรุง หรือแปรสภาพ ส่วนการนำมาใช้ อาจดัดแปลงรูปลักษณะของสมุนไพรให้ใช้ได้สะดวกขึ้น เช่น นำมาหั่นให้มีขนาดเล็กลง หรือนำมาบดเป็นผง เป็นต้น สมุนไพรนอกจากจะนำมาใช้ประโยชน์เป็นยารักษาโรคแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านอื่นๆ อีก เช่น นำมาบริโภคเป็นอาหาร อาหารเสริมสุขภาพ เครื่องดื่ม สีผสมอาหาร และสีย้อม ตลอดจนใช้ทำเครื่องสำอางอีกด้วย
ด้านกฎหมายสมุนไพรยังจัดเป็นกลุ่มพิเศษ คือ กลุ่มอาหาร และกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หากสมุนไพรใช้เพื่อการรักษาหรือบรรเทาอาการโรค หรือใช้เสริมสุขภาพ (เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยหรือป้องกันโรค) จะจัดเป็นยา อย่างไรก็ดีมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรจำนวนหนึ่งที่เป็นยาหรืออาหารหรือเป็นทั้งยาและอาหาร ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น กระเทียม หากใช้เพื่อแต่งกลิ่นและรสอาหาร กรณีนี้ชัดเจนว่า กระเทียมเป็นอาหาร เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์กระเทียมควบคุมความดันโลหิตหรือระดับคลอเลสเตอรอลที่สูง กรณีนี้กระเทียมจัดเป็นยา (ในประเทศเยอรมนี) และจัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ในสหรัฐอเมริกา) จึงเป็นไปได้ที่ผู้บริโภคบางรายใช้กระเทียมเป็นทั้งอาหารและยาในเวลาเดียวกัน ชาวอเมริกันดื่มน้ำพรุนเป็นเครื่องดื่มยามเช้า และเป็นยาระบาย
ข้อมูลจาก http://www.tigerdragon.in.th/thai%20herb-def.htm
คำว่า "สมุนไพร (herbs)" มีคำจำกัดความได้หลายอย่าง ขึ้นกับว่าใช้กับเนื้อหาอย่างไร ทางด้านพฤกษศาสตร์ HERBS หมายถึงพืชมีเมล็ดที่ไม่มีแก่นไม้ (nonwoody) และตายเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลเพาะปลูก ทางด้านอาหาร HERBS หมายถึงเครื่องเทศหรือผักที่ใช้แต่งรสหรือกลิ่นอาหาร แต่ทางด้านยา HERBS มีความหมายที่เฉพาะเจาะจง คำจำกัดความที่ถูกต้องที่สุดของ HERBS คือ ยาที่มาจากพืช ใช้รักษาโรคซึ่งมักเป็นโรคเรื้อรังหรือเพื่อทำให้/บำรุงรักษาสุขภาพให้แข็งแรง
อีกนัยหนึ่ง สมุนไพร หมายถึง พืชที่ใช้ทำเป็นเครื่องยา ส่วนยาสมุนไพร หมายถึง ยาที่ได้จากส่วนของพืช สัตว์ และแร่ ซึ่งยังมิได้ผสมปรุง หรือแปรสภาพ ส่วนการนำมาใช้ อาจดัดแปลงรูปลักษณะของสมุนไพรให้ใช้ได้สะดวกขึ้น เช่น นำมาหั่นให้มีขนาดเล็กลง หรือนำมาบดเป็นผง เป็นต้น สมุนไพรนอกจากจะนำมาใช้ประโยชน์เป็นยารักษาโรคแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านอื่นๆ อีก เช่น นำมาบริโภคเป็นอาหาร อาหารเสริมสุขภาพ เครื่องดื่ม สีผสมอาหาร และสีย้อม ตลอดจนใช้ทำเครื่องสำอางอีกด้วย
ด้านกฎหมายสมุนไพรยังจัดเป็นกลุ่มพิเศษ คือ กลุ่มอาหาร และกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หากสมุนไพรใช้เพื่อการรักษาหรือบรรเทาอาการโรค หรือใช้เสริมสุขภาพ (เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยหรือป้องกันโรค) จะจัดเป็นยา อย่างไรก็ดีมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรจำนวนหนึ่งที่เป็นยาหรืออาหารหรือเป็นทั้งยาและอาหาร ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น กระเทียม หากใช้เพื่อแต่งกลิ่นและรสอาหาร กรณีนี้ชัดเจนว่า กระเทียมเป็นอาหาร เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์กระเทียมควบคุมความดันโลหิตหรือระดับคลอเลสเตอรอลที่สูง กรณีนี้กระเทียมจัดเป็นยา (ในประเทศเยอรมนี) และจัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ในสหรัฐอเมริกา) จึงเป็นไปได้ที่ผู้บริโภคบางรายใช้กระเทียมเป็นทั้งอาหารและยาในเวลาเดียวกัน ชาวอเมริกันดื่มน้ำพรุนเป็นเครื่องดื่มยามเช้า และเป็นยาระบาย
ข้อมูลจาก http://www.tigerdragon.in.th/thai%20herb-def.htm
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)